ยางจักรยานใช้งานได้นานแค่ไหน

ยางจักรยานใช้งานได้นานแค่ไหน?
อายุของยางจักรยานจะถูกแบ่งออกเป็น 2 มิติ คือ ระยะทาง และ ระยะเวลา ครับ

1. สำหรับการใช้ปกติ นับตามระยะทาง
          1.1 ยางสายแข่งขัน (Racing) เน้นเบาและเกาะถนน เนื้อยางจะนิ่มและบางกว่า ทำให้อายุใช้งานจะสั้นกว่า อยู่ที่ประมาณ 1,500 – 2,500 กิโลเมตร ยางประเภทนี้จะมีชั้นผ้าใบ 330 TPI เป็นชั้นผ้าใบ 110x3 ชั้น เพิ่มความแข็งแรงให้กับโครงสร้างยาง เนื้อยางจะบางกว่า เพื่อทำให้น้ำหนักมีความเบา น้ำหนักโดยรวมอยู่ประมาณ 240-270 กรัมต่อเส้น (แล้วแต่ขนาดความกว้างของหน้ายาง)

          1.2 ยางสายซ้อม (Endurance/Training) เนื้อยางจะมีความหนากว่ายางสายแข่งขัน อยู่ที่ประมาณ 3,000 – 5,000 กิโลเมตร แบ่งความหนาได้หลายระดับ


• ยางซ้อมกึ่งแข่งขัน ที่ยังคงเน้นความเบา มักจะมีค่า TPI อยู่ที่ 120 เนื้อยางจะหนากว่ายาง RACING เล็กน้อย ทำให้น้ำหนักต่อเส้นประมาณ 240-270 กรัม (แล้วแต่ขนาดความกว้างของหน้ายาง) ซึ่งใกล้เคียงกับยางสายแข่งขัน อายุการใช้งานจะอยู่ประมาณ 3,000 km.


• ยางซ้อม ที่มีค่า TPI อยู่ที่ 60 ที่จะเน้นความหนาทนถึก เนื้อยางหนาอย่างชัดเจนเมื่อเทียบกับรุ่น 120 TPI แต่เบากว่าขอบลวด น้ำหนักจะอยู่ประมาณ 290-310 กรัมต่อเส้น

 

#TRICK หลังจากกัน เพื่อรักษาอายุของยางให้นานขึ้น


• เก็บจักรยานในที่ร่ม ห่างจากแสงแดด และความร้อน


• ปล่อยลมออกเล็กน้อย ให้พอนิ่ม เพื่อรักษาโครงสร้างและเนื้อยาง และไม่ให้ระเบิดจากความร้อน


• กรณีปั่นทุกวันไม่จำเป็นต้องปล่อยลม

 

2. กรณีปั่นน้อย นับตามระยะเวลา
แม้ไม่ได้ปั่นเลย เนื้อยางจะเสื่อมสภาพตามธรรมชาติจากสภาพอากาศ ออกซิเจน และรังสี UV โดยทั่วไปยางจะมีอายุเฉลี่ยประมาณ 2 – 3 ปี นับจากเริ่มใช้งาน หรือไม่เกิน 5 ปี นับจากวันผลิต ซึ่งต้องเก็บรักษาอย่างดีในที่ร่ม และไม่ร้อนจัด)

____________________________________________________________________________________________________________________________

 

สังเกตุอย่างไร เมื่อยาง "เสื่อมสภาพ"


• หน้ายางแบนราบ เนื่องจากหน้ายางตรงกลางจะถูกบดจนแบนเป็นหน้าตัดสี่เหลี่ยม


• เนื้อยางแตกลายงา แก้มยางหรือหน้ายางจะเริ่มแห้ง กรอบ และมีรอยแตกเล็กๆ


• ยางสึก จนมองเห็นเส้นใยผ้าใบยาง


• ยางรั่วบ่อยผิดปกติ เพราะเนื้อยางบางลง ทำให้โดนเศษหิน เศษทรายเล็กๆ ตำทะลุได้อย่างง่ายดาย


• รู้สึกรถลื่น ไถล เนื่องจากสารเคมีในเนื้อสูญเสียความยืดหยุ่นและการยึดเกาะไปแล้ว